Where is the love? :ความรักยังมีอยู่ไหมในยุคสมัยที่เเปรเปลี่ยน

หากวิทยศาสตร์นั้นไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าโลกของเรานั้นหมุนด้วยเเรงดึงดูดและเเรงโน้มถ่วงแล้วนั้นฉันคงคิดว่าโลกของเราหมุนด้วยความรัก ความรักถูกจัดเป็นความต้องการพื้นฐานด้านจิตใจของมนุษย์ตามสามเหลี่ยมความต้องการของมาสโลว์ (Maslow’s hierarchy needs ) ซึ่งความต้องการพื้นฐานลำดับเเรกๆ (นับจากล่างนั้น) จำเป็นต้องถูกเติมเต็มก่อนถึงจะสามารถไปสู่ความต้องการที่สูงขึ้นได้ ดังนั้นจึงไม่เเปลกเลยที่ความรักหรือความสัมพันธ์นั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับพวกเรา

maslow's hierarchy of needs five stage pyramid
Maslow’s hierarchy needs triangle หรือทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์

ความรักเเละความต้องการจะเป็นเจ้าของนั้นเริ่มต้นจากสถาบันพื้นฐานที่สุดของพวกเรา คือ ครอบครัว พวกเราต้องการความรักความห่วงใยตั้งเเต่เรายังไม่สามารถจำความได้ ยากตัวอย่างเช่นช่วงห้าหกเดือนเเรกที่เราเกิดมานั้นเราค่อยๆเรียนรู้ความสัมพันธ์ผ่านสมาชิกในครอบครัว เเต่เราไม่ได้ต้องการเพียงเท่านั้น ด้วยความที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เรายังต้องการพบปะผู้คน พวกเราต้องการเพื่อนฝูงใครสักคนที่สามารถไว้ใจเเละเมื่อเราเข้าสู่วัยหนุ่มสาวเราก็เริ่มต้องการใครสักที่เราจะรักเขาได้ ใครสักคนที่จะทำให้เรารู้จักความรักที่ทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย

อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่ว่าเมื่อเธอเเตกหนุ่มหรือแตกสาว พอเดินออกจากบ้านจะเจอคนถูกชะตาปุ๊บคบปั๊บมีความสุขเเฮปปี้เอ็นดิ้ง เราไม่ใช่นกยูงที่จะสามารถรำเเพนหางได้อย่างเตะตา ความรักของพวกเรามันไม่ง่ายดายขนาดนั้น เราไม่มีทางรู้เลยว่าความรักจะเข้ามาหาเราเมื่อไหร่ หรือความรู้จักมักคุ้นต่อกันมาเนิ่นนานจะเปลี่ยนเป็นความรักเมื่อไหร่ บ้างก็ว่าไร้เหตุผลสิ้นดี บ้างก็ว่านี้เเหละคือรัก

“The heart has it reasons whereof reason knows nothing”

หัวใจมีเหตุผลที่เหตุผลไม่รู้จัก

Blaise Pascal

ดังนั้นเราจึงสร้างสรรค์สื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือนิยาย ภาพยนตร์ เพลง หรือ บทกลอน เพื่อปลอบประโลมหัวใจทดแทนการออกไปหาเจ้าความรักนี้จริงๆ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ก็มีมานมนานเเล้ว เมื่อพูดถึงรักเเล้วความโรเเมนติคเองก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แล้วความโรเเมนติค (Romantic) มันคืออะไรกั๊นอะไรกัน แค่เจอหน้าพบกันมันไม่ได้เหรอ

ตาม Oxford learner’s dictionary ให้ความหมายโรเเมนติค (Romantic) ว่าเกี่ยวข้องกับความรักหรือความสัมพันธ์เชิงชู้สาว (connected or concerned with love or a sexual relationship) สำหรับเชิงวรรณกรรมเเล้วยุคโรเเมนติค (Romantic movement)) นั้นคือ การเเสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดอย่างเเท้จริงโดยไร้กรอบใดใดทั้งสิ้น สำหรับพวกเราเเล้วความโรเเมนติคคงเป็นผลพ่วงความรักที่ทำให้หัวใจผองโต ทำให้วันนั้นของเธอชื่นบานเเละอมยิ้มในตอนบ่่ายที่เเสนยุ่งเหยิงได้ มันอาจจะไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่เเต่เป็นสิ่งเล็กน้อยที่ทำให้กันทุกวันก็ได้

ความรักเเบบคุณปู่คุณย่าที่พวกเรานั้นเคยได้ฟังนั้นช่างละมุนละไมซะเหลือเกินกว่าพวกเขาจะเจอกัน ไหนจะต้องรอจดหมายของอีกฝ่ายวันเเล้ววันเล่า ไหนกว่าจะได้เบอร์โทรไปหาสาวเจ้าเเล้วลุ้นว่าไม่ใช่พ่อของเขาที่รับ ไหนจะความยากลำบากที่พกเขาอดทนต่อสู่มาด้วยกันจนสร้างเนื้อสร้างตัวได้ อย่างไรก็ตามเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนความคิดของเราก็เปลี่ยน ความรักก็เช่นกัน ในยุคโลกาภิวัฒน์ที่ผลประโยชน์สำหรับตัวเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด จากการที่พยายามซ่อมเเซมประคับประคองหรือการยึดมั่นเเค่เพียงคนเดียวไปตลอดกาลนั้นเป็นสิ่งที่เเทบจะไม่พบเห็นในยุคสมัยใหม่

น่าเสียดายที่ความรักของพวกเราในสมัยนี้จึงกลายเป็นรักที่เกิดขึ้นเเละจากกันง่ายดายเหลือเกิน ไม่เพียงเท่านั้นเราต่างต้องการสิ่งที่สมบูรณ์เเบบที่สุดในความรัก เมื่อไม่ใช่เราต่างไม่เสียเวลาที่จะมาแก้ไขและปล่อยให้มันผ่านไป มากไปกว่านั้นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อความสะดวกสบายได้ร่นระยะเวลาเเละระยะทางระหว่างคนสองคน ถึงเเม้การส่งข้อความหากันผ่านเฟสบุ๊คมันจะรวดเร็วกว่าเเต่มันไปลดคุณค่าการอดทนรอคอยจดหมายของคนสองคนไหม การที่วิดิโอคอลหากันมันทำให้การเจอกันลดคุณค่าลงหรือป่าว การเดินเข้าห้างสรรพสินค้ากิน เที่ยว ช้อป จบในวันเดียวมันทำให้คุณค่าของการเดินทางไปที่อื่นด้วยกันลดน้อยลงไหม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ"

นอกจากนั้นสภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องนั้น การเเต่งงานของผู้มีอันจะกินในสังคมสมัยนี้เป็นเพราะความรักระหว่างคู่บ่าวสาวหรือเพื่อผลประโยชน์ระหว่างสองครอบครัวกันแน่ ผู้หญิงเลือกผู้ชายที่มากพร้อมด้วยเงินทองและหน้าที่การงานในสังคมรวมไปถึงหน้าตา คนยากจนหวังจะเเต่งงานกับผู้มีฐานะเพื่อยกระดับชีวิตให้สุขสบายยิ่งขึ้น โปรโมชั่นเเละสินค้าต่างๆเองก็ทุกสร้างมาเพื่อหาผลประโยชน์จากความรัก เกิดการฉ้อโกงโดยอาศัยความรัก (Romance scam)เพื่อเงินผ่านช่องทางใดทางหนึ่งก็ตาม เช่น การจีบกันผ่านอินเตอร์เน็ตเเล้วล่อลวงทรัพย์สินหรือทำมิดีมิร้าย ดูเหมือนว่าพวกเราต่างก็ฉกฉวยโอกาสจากความรักเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนทั้งนั้น

แต่ความรักยังคงเป็นสิ่งที่หนุ่มสาวในทุกช่วงสมัยต้องการ พวกเขายังคงเฝ้าฝันพร่ำเพ้อลงโซเชี่ยลถึงการได้รักใครสักคนเเละใช้เวลาด้วยกันอย่างมีความสุขบนโลกอันขื่นขม แต่ที่ชวนให้ตั้งคำถามนั้นคงเป็นการมีอยู่ของมัน หรือการมีอยู่ของมันนั้นจะยังคงทำให้พวกเรารู้สึกหวานชื่นได้ไหมหรือมันแปรเปลี่ยนเป็นสถานภาพทางสังคมเเละกำไรเเล้ว

แล้วเธอละคิดว่า

ความรักโรเเมนติคยังมีอยู่ไหมในวันนี้ ?

ก่อนอื่นเมื่อลองย้อนมองกลับไปในสมัยช่วงศตวรรษที่ 18-19 Pamela (The virtue rewarded) เรื่องราวเกี่ยวกับพาเมล่าสาวรับใช้ของคุณบี ซึ่งคุณบีได้กระทำการต่างๆไม่เหมาะสมกับเธออย่างการใช้กำลังเเต่เธอยังคงวางตัวเเละรักษาความดีเอาไว้จนในที่สุดคุณบีก็ขอเเต่งงานเธอ หรืออย่างใน Pride and Prejudice (,Jane Austin) ความรักระหว่างอลิซาเบ็ธและคุณดาร์ซี่ชายหนุ่มผู้หยิ่งยโสผู้ร่ำร่วยพวกเขาเจอกัน ณ งานเต้นรำ ถึงเเม้ตอนเเรกเธอจะเกลียดเขา เเต่เธอก็ได้รับความช่วยเหลือจากเขาเเละสานสัมพันธ์จบจบที่งานวิวาห์ในท้ายที่สุด

pride and prejudice | Tumblr
Mr.Darcy and Elizabeth from Pride and Prejudice (2005)

Jane Eyre (1847,Charlotte Brontë)ชีวิตของเจน แอร์ หญิงสาวกำพร้าพ่อแม่ที่ต้องไปอยู่กับป้าเลี้ยงใจร้าย ต่อมาเธอได้เป็นครูสอนที่ Thornfield และพบรักกับนายโรเชสเตอร์ชายหนุ่มผู้เต็มไปมีปริศนาเงื่อนงำซ่อนอยู่เเละเเต่งงานอยู่ด้วยกันไปในท้ายที่สุด ต่อมาเธอพบความจริงว่าเขาเเต่งงานมาเเล้ว ต่อมาเธอได้พบว่าเขานั้นมีภรรยาที่เสียสติซ่อนอยู่ข้างบนบ้าน เธอออกจากบ้านมาเเล้วกลับไปใหม่พบว่าบ้านนั้นถูกเผาโดยภรรยาคนเก่าที่กระโดดลงมาเพื่อปลิดชีวิตตัวเอง สุดท้ายเเล้วเธอเเละเขาก็อยู่ด้วยกัน

พวกเราได้เห็นว่าสาวๆทุกนางล้วนเเต่งงานเเละมีชีวิตอยู่กับชายผู้เป็นที่รักในที่ท้ายที่สุด นอกจากนั้นเเล้วทุกนางล้วนมีโอกาสด้อยกว่าชายทั้งสิ้น

Sorry, but Jane Eyre Isn't the Romance You Want It to Be | JSTOR Daily
Jane Eyre (1996)

ใช่ค่ะซิส ความฝันสูงสุดของผู้หญิงในสมัยนั้น คือ การเเต่งงาน

การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเเต่นั้นก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มโอกาสให้เเก่เพศหญิงเลย พ่อแม่พยายามหาสามีให้ลูกสาวให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตามเเต่ อย่างเช่น Pride and Prejudice ที่ครอบครัวเบ็นเน็ธพยายามเเนะนำลูกสาวของเขาเเก่คุณบิงลี่ย์ หญิงสาวไม่สามารถเป็นอย่างอื่นได้นอนกจากนางฟ้าในเรือน พวกเธอไม่ได้รับอนุญาติที่จะไปไหนมาไหนด้วยตัวเองด้วยซ้ำ ผู้หญิงจะต้องอยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือนหยั่งรากลึกลงไปในความคิดของผู้คนสมัยนั้น เพศชายกลายเป็นผู้ปกครองอย่างเบ็ดเสร็จเเละเพศหญิงเป็นได้เพียงเเม่ผู้ให้กำเนิดลูกเเละผู้ดูเเลบ้านช่อง หญิงม่ายจากการหย่าร้างถูกเหยียดหยามในสังคม เหล่าสตรีเพศในสมัยนั้นจึงต้องจำทนมือทนตีนสามีไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หากหญิงสาวเเต่งงานเเล้วทรัพย์สมบัติของตนเองนั้นจะต้องตกเป็นของสามีทั้งหมด ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์จะมีหน้าที่การงานใดใดเพื่อเลี้ยงชีพเลย ในเมื่อสังคมได้ตีค่าไว้ว่าวันหนึ่งพวกเธอก็ต้องตกเป็นสมบัติของผู้ชายอยู่ดี เธอจะทำงานไปทำไมกัน

Elle Wood from Miss Legally Blonde (2001)

ไม่ใช่ในสมัยนี้ค่ะซิสเราจะไม่ยอมเป็นเเค่นางฟ้าในเรือนอีกต่อไป สิทธิสตรีได้รับการสนับสนุนมากขึ้น มาร์กาเร็ต ฟูลเลอร์ เจ้าของผลงานได้ Woman in the Nineteenth Century ( 1843 )ได้ชี้ให้เห็นถึงความเเตกต่างของสตรีเพศและสนับสนุนการเรียกร้องสิทธิสตรี ในทุกวันนี้ผู้หญิงอย่างเรามีโอกาสในการทำงานเฉกเช่นที่ผู้ชายทำได้ ยกตัวอย่างเช่น เอลล์ วู้ด (Elle Wood) จาก Miss Legally Blonde( 2001 ) ที่แสดงให้ว่าเธอสามารถเรียนจบฮาร์วาร์ดเเละฝึกงานเป็นทนายได้ด้วยความผู้หญิ๊งผู้หญิงไม่เเพ้เเฟนเก่าของเธอที่เข้ามาเรียนที่นี้ หรือแอนดี้ (Andy or Andrea Sachs) จาก The devils wear Prada( 2006 ) ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำงานของเธอ

(7) Twitter

ใน Crimson Peak (2015)อีดิธ คุชชิ่ง (Edith Cushing) เองที่มีความมุ่งมั่นในการเป็นนักเขียน ไม่เพียงเท่านั้นหลังจากที่เธอเเต่งงาน ไม่เพียงเท่านั้นหลังจากที่เธอเเต่งงานเเละย้ายไปอยู่กับคฤหาสน์ตระกูล Sharpe เเละค้นพบถึงความรักอันดำมืดของสองพี่น้อง ซึ่งเธอก็ไม่ยอมทนเป็นเหยื่อของสองพี่น้องนี้ ซิสทั้งหลายคะพวกเรามีตัวเลือกในการใช้ชีวิตที่มากขึ้น เสียงของเราได้รับฟังจากสังคมที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของเพศชายเเค่เพียงผู้เดียว เราไม่จำเป็นต้องเป็นเเค่นางฟ้าในเรือนสำหรับผู้ชายอีกต่อไปในเมื่อเราสามารถออกไปหาเลี้ยงชีพของเราด้วยเงินของเราเองได้ และในเมื่อเรากำอำนาจของเราไว้ในมือตัวเองเเล้ว เราไม่จำเป็นต้องเป็นเเค่กระสอบทรายทนมือทนตีนใครอีก เราไม่จำเป็นต้องกับความสัมพันธ์เฮงซวยอีกต่อไป ดังนั้นเเล้วความรักนั้นจึงไม่ได้ยาวนานเหมือนเมื่อก่อนกลายเป็นความโรเเมนติคหวานชื่นเเค่ในชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น

At some point you have to realize that some people can stay in your heart but not in your life”

เมื่อถึงจุดหนึ่งคุณต้องตระหนักในใจว่าบางคนอยู่ได้เพียงในหัวใจแต่ไม่ใช่ในชีวิตของคุณ

Anais Nin

แต่ในทางกลับกันความรักที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันหรือไม่สมหวังอาจสามารถมองว่าเป็นเรื่องเเสนจะโรเเมนติคก็ได้ ในเมื่อความสัมพันธ์ของคนสองคนมันสุกงอมที่สุดในช่วงเวลาหนึ่งเเละสักวันหนึ่งจะต้องโรยราไปอยู่ดี การจดจำกันในวันที่ดีที่สุดมันคงดีกว่าอยู่ด้วยกันไปจนไม่มีความรู้สึกอะไรเหลือต่อกันเลยจริงไหม เราอาจจะยังจำรักครั้งเเรกของเราได้เสมอถึงเเม้ว่าในตอนนี้เขาอาจจะไม่อยู๋กับเราเเล้วเเต่กระนั้นเเล้วภาพความทรงจำดีๆระหว่างกันก็ยังคงอยู่ไม่ใช่หรือ อย่างในโรมิโอจูเลียตนั้นพวกเขาอาจไม่ได้ตายเพื่ออยู่กันเเต่พวกเขาเกิดมาเพื่อมีความสุขด้วยกันเเค่ช่วงเเล้วตายจากกันไป

Highly anticipated movie adaptation of JoJo Moyes' Me Before You.

หรืออย่างในนวนิยายชื่อดังโจโจ้ มอยส์ (Jojo Moyes) Me before you เรื่องราวความรักระหว่างหลุยซา คลาร์ค ผู้ดูเเลผู้ป่วย วิลเลี่ยม เกรย์ ผู้ป่วยร่างกายไม่สามารถขยับได้เนื่องจากประสบอุบัติเหตก็ไม่ใช่เรื่องราวที่จบด้วยการเเต่งงาน เเต่เป็นความรักที่พวกเขาสองคนได้ใช้เวลาด้วยกันจนกระทั่งวิลเลี่ยมตัดสินใจการุณยฆาตตนเองไป หรือ La La Land (2016) ซึ่งว่าด้วยความสัมพันธ์ของคู่หนุ่มสาวช่างฝันอย่าง มีอา ผู้ฝันถึงการเป็นนักเเสดง เเละเซบาสเตียนที่อยากมีบาร์เเจ๊ซเป็นของตนเอง ถึงเเม้ว่าสุดท้ายเเล้วทั้งคู่จะไม่ได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเพราะเเยกกันไปทำตามฝันของตนเอง เเต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งพวกเขาก็เคยรักกัน

Everything about Emma Stone and Ryan Gosling’s latest film is visually dreamy, beginning with Emma’s on point style game.

มากไปกว่านั้นเเล้วความรักในสมัยนี้ไม่ได้จำกัดเเค่ต้องเกิดขึ้นกับคู่รักหญิงชาย เเต่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ถึงเเม้ว่ากายภาพของเรานั้นจะมีเเค่หญิงกับชายเเต่เหตใดเล่าที่เราจะต้องจำกัดตัวเองให้รักเพียง ชาย หรือ หญิง เรารักใครสักคนเพราะความเป็นตัวเขาไม่ใช่หรือ ดังนั้นเเล้วไม่ว่าจะเพศไหนก็ไม่เห็นจะเกี่ยว ในปัจจุบันนั้นกลุ่ม LGBT ได้ออกมาเเสดงบทบาททางสังคมไม่เหมือนเช่นเเต่กันที่หลบซ่อนอยู่ในเงามืด พวกเขาได้ออกมาเรียกร้องสิทธิต่างๆที่พวกเขาพึงได้รับ อย่างการเเก้ไขกฎหมายให้สามารถเเต่งงานร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันมีถึง 28 ประเทศที่ยอมรับการเเต่งงานของเพศเดียวกัน เช่น อังกฤษ เยอรมัน นอร์เวย์ สวีเดน เอกวาดอร์ เป็นต้น

“ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ รักแท้ก็เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราเป็นเพศอะไร แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราไม่ได้รักกันมากพอ”

Blue is The Warmest Color

Blue is the warmest color (2013)ภาพยนตร์ฝรั่งเศสที่ได้รับรางวัลปาล์มทองคำ(2013) ว่าด้วยเรื่องราวความรักระหว่างหญิงสาวสองคน อเดล หญิงสาววัย 15 ที่ตกหลุมรักสาวผมฟ้าซึ่งกำลังศึกษาด้านศิลปะอย่าง เอ็มม่า ถึงเเม้ว่าความสัมพันธ์ของเขาจะไม่ใช่คู่ชายหญิงเเต่ความรู้สึกที่มีให้กันจริงๆก็ไม่ได้น้อยหน้าคนรักคู่ไหนเลย หรือ Call me by your name (2017) ภาพยนตร์น้ำดีฝีมือการกำกับภาพโดย คุณ สยมภู มุกพร้อมดี และผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอิตาเลี่ยน ลูก้า กัวดาญิโน (Luca Guadagnino) เรื่องราวทั้งหมดนั้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นของเด็กหนุ่มวัย 17 ปี เอลิโอ เเละโอลิเวอร์ ผู้มาพำนักอาศัยในฐานะผู้ช่วยงานวิจัยของพ่อตนเอง

Call Me By Your Name: First excerpt from sequel reveals what happened to Elio and Oliver after summer of love | The Independent

การมีอยู่ของความรักโรเเมนติคหวานชื่นนั้นหากถามถึงการมีอยู่ของมัน ฉันตอบอย่างมั่นใจได้เเน่นอนว่าใช่มันยังคงมีอยู่ เเต่หากถามว่ามันจะอยู่นานได้สักเท่าไหร่ฉันคงไม่มีวันบอกได้ เเละฉันเชื่อว่าคงไม่มีใครรู้ด้วย ถึงเเม้ว่าสภาพเศรษฐกิจหรือโอกาสที่เพิ่มขึ้นนั้นจะทำให้ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและทัศนคติเปลี่ยนเเปลงเเต่ความรักก็ยังคงเป็นความรักที่ไม่เลือกเหตผลเเละเวลาอยู่ดี ยังคงเป็นความรักที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนเสมอ

สุดท้ายนี้สำหรับเธอที่อาจจะเจอความรักเเล้ว ขอให้รักษาไว้ให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ เเต่หากวันนี้เธอยังไม่ถูกใจกับคนที่เจอหรือยังไม่เจอคนคนนั้นฉันหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้เจอเขาคนนั้น เอ๊ะ ทำไม่ต้องรอล่ะ ในเมื่อเธอก็เดินออกไปหาเขาคนนั้นเองได้นิ 🙂

ป.ล. รูปภาพทั้งหมดมาจากภาพยนตร์

อ้างอิง

https://bbfc.co.uk/releases/call-me-your-name-2017

https://www.imdb.com/title/tt2278871/

http://international.memento-films.com/wp-content/uploads/2017/01/2017-Berlin-emailing-MFI.pdf

https://minimore.com/b/Vr2P0/14

https://www.goodreads.com/book/show/17347634-me-before-you

https://www.simplypsychology.org/maslow.html

Eva Illouz, Consuming the Romantic Utopia: Love and the Cultural Contradictions of Capitalism, (ฺBerkley: University of California Press ,1997).

https://www.metalbridges.com/crimson-peak/

https://www.imdb.com/title/tt0250494/

https://www.imdb.com/title/tt3783958/

https://www.independent.co.uk/arts-entertainment/books/features/austen-power-200-years-of-pride-and-prejudice-8454448.html

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s